“ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่น” ปรากฏจารึกในพระไตรปิฏก เช่นใน สุตฺต. สํ. มหาวารวคฺโค อานาปานสํยุตฺตํ
อุชุํ กายํ ปณิธาย
ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา ฯ
(อุชุํ กายํ ปณิธาย) = ตั้งกายตรง (อุชุ = ตรง, กาย = ร่างกาย, ปะณิธายะ = ตั้งไว้)
(ปริรมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา) = ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า (ปะริมุขัง = รอบใบหน้า/เฉพาะหน้า, สะติง = สติ, อุปัฏฐะเปตวา = ตั้งไว้/ตั้งมั่น)
ความสมมาตรทางควันตัม กับ การทำสมาธิ
การนั่งกายตรง คือ การสร้างจุดตัดกันของสมมาตรควอนตัม ทำให้มีการปรับโครงสร้างที่ซ่อนอยู่อย่างเป็นระเบียบของจักรวาล (สมมาตร สนามพลังงาน) ทำให้ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าถึงได้ และได้รับคลื่นพลังนั้นผ่านสภาวะทางจิตที่เข้าสู่สมาธิตามพุทธวิถีอันลึกซึ้ง คือเริ่มต้นจากการนั่งทำสมาธิ เพราะการเริ่มต้นที่ถูกต้อง ในวาระต่อไปจะก่อให้เกิดคลื่นพลังงานที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการปรับโมเลกุลในร่างกายของผู้ปฏิบัติ ให้รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับ “สนามควอนตัม” ซึ่งเป็นสภาวะแห่งศักยภาพอันบริสุทธิ์และความเชื่อมโยงถึงสากลจักวาล
::: ปฏิสัมพันธ์ของ Quantum Symmetries กับ พุทธศาสนา
ในสภาวะ Quantum Symmetries ซึ่งกำหนดระเบียบที่ซ่อนอยู่ และไม่เปลี่ยนแปลงภายใต้พื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และ/หรือ ความสับสนวุ่นวายของจักรวาล (ซึ่งคล้ายกับกระบวนการที่สมมาตรตามเวลา และผกผันกลับไปมาได้)
Quantum Theory ชี้ให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพพื้นฐาน ซึ่งมักเรียกว่า “ทวิภาวะสมมาตรยิ่งยวด” อันเกี่ยวกับความสัมพันธ์พึ่งพาซึ่งกันและกันของสรรพสิ่งและปรากฏการณ์ หรือ เราจะรู้จักในวลีว่า “หลักแห่งการอิงอาศัย” ในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า “ปฏิจสมุปบาท”
การปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” อันพระพุทธองค์ทรงตรัสยืนยันว่า “เป็นหนทางหนึ่งเดียว ไม่มีหนทางอื่นที่จุบรรลุธรรมอันสูงสุดได้ เพราะการปฏิบัติในแนวทางพุทธวิถี “สติปัฏฐานปฏิสัมภิทามรรค” นี้ จะปรับเปลี่ยนสภาวะจากสถานะสมมาตร ให้เข้าสู่สถานะอันเสถียร มีศักยภาพบริสุทธิ์ปรากฏเป็นรูปธรรม จะเกิดภูมิธรรมความรู้ เข้าถึงความจริงของธรรมชาติแห่งวัฏฏะสงสาร ซึ่งพุทธศาสนาเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า “ธรรมจักษุ=ดวงตาเห็นธรรม” อันจะปรากฏขึ้นระหว่างช่วงระยะเวลาของการการทำสมาธิ
:: การนั่งตัวตรง ในการทำสมาธินั้น จัดเป็นสิ่งสำคัญสุดสำหรับ Quantum Arrangement เนื่องเพราะช่วยในการเข้าถึงQuantum Field ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ตลอดมาในปรากฏการของผู้ปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” ว่าสภาวะการทำสมาธิจะกระตุ้นต่อมไพเนียล ทำให้ผลึกเพียโซอิเล็กทริกภายในสั่นและเกิดการสั่นพ้องกับสนามควอนตัม
ความสอดคล้องของสมอง: เทคนิคต่างๆ โดยเฉพาะ การทำสมาธิแบบเหนือธรรมชาติ (Transcendental Meditation หรือ TM) ได้แสดงให้เห็นว่าสามารถเพิ่มความสอดคล้องของคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ระหว่างซีกสมอง ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็น “สถานะควอนตัมระดับมหภาค(Macroscopic Quantum States)” ในสมอง ซึ่งทำให้เกิดสภาวะ “จิตใต้สำนึกอันบริสุทธิ์” ในทางพุทธวิถีเรียกว่า “ญาณ = การหยั่งรู้”
การปฏิบัติ และ การหายใจ เป็นเส้นตรง จากผลของการนั่งกายตรง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการก่อให้เกิดสภาวะ Quantum Electron Configuration ทำให้ผู้ปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” สามารถกำหนด จัดเรียงรูปลักษณ์ของ Atom และ Eletron ได้ตามประสงค์ ภาวะดังกล่าวนี้ทางพุทธวิถี เรียกว่า “อภิญญา” ซึ่งQuantum Electron Configuration จะจัดเรียงไปเท่ากับระดับของ Spectrum-Phonon 6 stripes ซึ่งมีศัพท์เฉพาะในทางปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมถิทามรรค” ว่า “วิปัสนาภูมิ 6” อันประกอบด้วย
1. ขันธ์ 5 (กองแห่งรูปนาม): รูป, เวทนา(ความรู้สึก), สัญญา(ความจำ
), สังขาร (ความคิดปรุงแต่ง), วิญญาณ (ความรู้แจ้งอารมณ์)
2. อายตนะ 12 (เครื่องเชื่อมต่อความรู้): อายตนะภายใน 6(ตา, หู,
จมูก, ลิ้น, กาย, ใจ) และอายตนะภายนอก 6(รูป, เสียง, กลิ่น, รส, โผฏฐัพพะ,
ธรรมารมณ์)
3. ธาตุ 18 (สิ่งทรงสภาพตน): อายตนะ 12 บวกวิญญาณธาตุ 6 (จักขุ
วิญญาณ – มโนวิญญาณ)
4. อินทรีย์ 22 (ความเป็นใหญ่): สภาพธรรมที่เป็นใหญ่ในกิจของตน เช่น
ชีวิตินทรีย์ (ความมีชีวิต), ปัญญินทรีย์ (ความรู้แจ้ง)
5. อริยสัจ 4 (ความจริงอันประเสริฐ): ทุกข์, สมุทัย (เหตุเกิดทุกข์),
นิโรธ (ความดับทุกข์), มรรค (ทางดำเนินไปสู่ความดับทุกข์)
6. ปฏิจจสมุปบาท 12 (ความประชุมพร้อมแห่งเหตุ): การอิงอาศัยกันเกิด
ขึ้นของธรรมทั้งหลาย เช่น อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร จนถึงกองทุกข์
การพิจารณาวิปัสสนาภูมิ 6 นี้ คือการมีสติปัญญาเห็นตามความเป็นจริงว่า “รูปนาม” เป็นไตรลักษณ์ คือ ไม่เที่ยง (อนิจจัง), เป็นทุกข์ (ทุกขัง), และไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา)ซึ่งสอดคล้องรองรับ กับ Quantum Theory ที่พิสูจน์แล้วว่าสอดคล้องรองรับหลักธรรมขอพุทธศาสนา ว่า สกลจักวาลล้วนเป็นความว่างถึง 99.999999%ซึ่งทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า “สุญญตา” นั้นเอง
ผลต่อร่างกายของผู้ปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” โดยการนั่งตัวตรงในการทำสมรธิ ก่อให้เกิดสภาวะคลื่นสมาธิพิเศษที่จะกระตุ้นPineal gland ส่งผลให้Piezoelectric Crystal ภายในสั่น และ เกิดภาวะResonance with a quantum field.
Quantum Expression ผลลัพที่จะเห็นได้ประจักคือ การกำหนดรูปแบบ(ภาพที่ต้องการให้เป็น)พร้อมไปกับการทำสมาธิ (กำหนดภาพในใจ) ภาพดังกล่าวนั้นจะแปรสภาพเป็นคลื่นเชื่อมต่อกับความเป็นไปได้ของ “Parallel images” โดยมุ่งเน้น รู้สึก และ “กระโดด” เข้าไปสู่ความเป็นจริงที่ต้องการและเป็นไปได้ ทำให้สิ่งนั้นปรากฏขึ้นเป็นจริงได้ แม้กระทั่งการตั้งภาพให้ตนเองไปปรากฏในจักวาลที่แตกต่าง ดั่งเช่นพระพุทธองค์ทรงขึ้นไปเทศน์โปรดเทวดาบนสวรรค์ ด้วยรูปสังขารคบบริบูรณ์นั้น ทาง Quantum Physic เรียกว่า “Superposition” ปรากฏการณ์นี้เป็นไปฉับไวในพริบตา(พุทธศาสนาเรียกว่า “ชั่วลัดนิ้วมือ” ข้ามขีดจำกัดของTime Space เรียกทางQuantum ว่า”Entanglement”
ในการปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” พลังคลื่นสมาธิที่เกิดขึ้น จะเปลี่ยนความรู้สึกของผู้ปฏิบัติจาก “จิตใจที่ คิด” ไปสู่ ”จิตใจที่ รับรู้ สภาวะของมีอยู่ของสกลจักวาลที่แท้จริง” ทำให้ผู้ปฏิบัติตามพุทธวิถี สามารถสัมผัสถึงตนเองในฐานะส่วนหนึ่งของจักรวาลพลังงานที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน ทางพุทธศาสนาเรียกว่า “เห็นจริง ตามสิ่งที่เป็นจริง = เข้าถึงธรรมชาติแห่งสมมุติสัจจะ”
Quantum symmetry merging interaction state กับการปฏิบัติสมาธิตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” ปรากฏหลักฐานเชิงประจักษ์ผลหลังการปฏิบัติสมาธินั้น ว่า ” ผลของการปฏบัติสมาธิทำให้จิตใจที่วุ่นวาย ฟุ้งสร่านสงบลง ผู้ที่ปฏิบัติตามพุทธวิถี ” สติปัฏฐานปฏิสัมภิทามรรค” สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ประสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว กับศักยภาพที่สมมาตรอันไม่มีที่สิ้นสุดของจักรวาล ได้ด้วยพลังคลื่นสมาธิที่ได้จากผลปฏิบัติตามพุทธวิถีตามขั้นตอน ดังกล่าวมาแล้วนั้นทุกประการ ”
Kuru Rin Po Chae
25 Feb 2026
