พุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” ที่พระพุทธองค์ทรงเสด็จขึ้นไปแสดงแก่ปวงเทพเทวาทุกชั้นฟ้า และทรงมีพุทธบัญชาให้พระสารีบุตรจารจารึกรักษาพระธรรมคำสั่งสอนอันเลิศยิ่งนี้ไว้ อันผู้จะบรรลุอมฤตธรรม หลุดพ้นจากวัฏฏะสงสาร จะดำเนินตามพุทธวิถีนี้เท่านั้น “หนทางอื่นไม่มี
พระสารีบุตร จึงนำพุทธวิถีนี้ถ่ายทอดแก่พระโมคัลลานะ และพระอัญญาโกทัญญะ และ พระอนุรุทธะ เป็นการเฉพาะ
พระอัญญาโกทัญญะ ได้ถ่ายทอด พุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” ให้กับศิษย์เอกของท่านคือ พีทาคอรัส(Phythagorus)ซึ่งได้มาศึกษา”รัตตัญญุศาสตร์” และ “ดาราศาสตร์(Cosmology)”
ทำให้พีทาคอรัส มีความสนิทกับพระอนุรุทธะ ซึ่งภายหลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน พีทาคอรัส จึงนิมนต์พระอนุรุทธไปเผยธรรมในดินแดนอาณาจักกรีก ทำให้ประชาชนกรึกทุกระดับเกิดความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ต่างปาวารณาตนเป็นพุทธมามกะ และสร้างพระอารามขึ้นในหุบเขาสีชมพู ที่ชาวโลกรู้จักกันทุกวันนี้ว่า “วิหารเพตรา(Petra)” เป็นหลักฐานอันปรากฏแก่ชาวโลกจวบจนปัจจุบัน
เมื่อกาลเวลาผ่านไป 600 กว่าปี มีพรามณ์เดียรัจถีย์นามว่า “ศังการพรามณ์” ปลอมเข้ามาบวช เพื่อคัดลอกหลักธรรม คำสอน ของพุทธศาสนาแนวปฏิบัติทั้งหมด แล้วหนีไปตั้งศาสนาใหม่ชื่อว่า “ฮินดู” แปลว่า “ผู้มาจากแม่น้ำสินธุ” สร้างเทพเจ้าขึ้นมาชื่อว่า พระศิวะ ซึ่งมีสัญลักษณืสักดำถึงคอ(การสักเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติไทบรรพกาล) และนั่งบนบัลลังก์เท้าเหยียบโค เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเหยียบย่ำ โคตมะโคตรอันเป็นต้นตระกูลของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และออกบทบัญญัติให้ผู้เป็นพราหมณ์ทุกคน มีหน้าที่ต้องสังหาร ทำลายพุทธ ทุกรูปแบบ

ในยุคสมัยดังกล่าว พระนาคารชุน ศิษย์สายพระโมคคัลลานะ ได้รับการสืบทอด พุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” ภาค “ฉัพพันธรังสีสมาธิ” จึงออกมาเผยแผ่และแสดงปาฏิหารย์ ทำให้เป็นที่ศรัทธาของ “กษัตริย์ไทแคว้นปา นามว่า กนิษกะ“ปาวณาตนเป็นพุทธมามกะ และโดยทรงเป็นประธานฝ่ายฆาราวาสทำสังคายนา มีพระนาคารชุนเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อรักษาความมั่นคงของพระพุทธศาสนา อันเป็นต้นกำเนิดแห่ง “มหายาน” นับแต่บัดนั้นมา
พระเจ้ากนิษกะ ได้ทรงเป็นพุทธศาสนูปถัภก ทรงขขายอณาเขตครอบคลุมชมพูทวีปจรดอ่าวเบงกอล พร้อมไปกับการเผยแผ่พุทธศาสนา

สำหรับพระนาคารชุน ได้เดินทางเข้าสู่อาณาจักรชนชาติไทตอนเหนือ(ไทโท้=ธิเบตปัจจุบัน) เพื่อเผยแผ่ พุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” ภาค “ฉัพพันธรังสีสมาธิ” ดังปรากฏจิตกรรมภาพเขียน มากมายในดินแดนธิเบตเป็นหลักฐาน ด้วยอานุภาพเป็นที่ประจักษ์ทำให้กษัตริย์ไทโท้(ธิเบต) มีความศรัทธาส่งเสริมสนับสนุนพุทธศาสนาอย่างสุดกำลัง พระราชชายาของท่าน ซึ่งเป็นเจ้าหญิงเมืองกิมหลิน แคว้นอาฬวี และเป็นพระขนิษฐา(น้องสาว)ของเจ้าหญิงเมื่ยวซ่าน(ซึ่งชาวโลกรู้จักในนามของ “เจ้าแม่กวนอิม” ได้สร้างพระราชวังบัวขาวถวายเป็นพระอารามสำหับเผยแผ่และปฏิบัติธรรม (ปัจจุบันคือ พระราชวังโปตาลา ธิเบต)

ในปี พ.ศ.2492 ลัทธิคอมมิวนิสต์ด้ชัยชนะปกครองประเทศจีน เมาเซตุงได้ส่งกองทัพขึ้นไปยึดธิเบต ฆ่า เผา ทำลายโบราณวัดถุ คัมภีร์พุทธ วัดวาอาราม บนธิเบตทั้งหมด เป็นเหตุให้การสืบต่อแนวทางการปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” ภาค “ฉัพพันธรังสีสมาธิ” สาปสูญไปไร้การถ่ายทอดนับแต่นั้นมา คงเหลือไว้แต่ภาพเขียน และ พุทธรูปบูชา เป็นหลักฐานตราบเท่าทุกวันนี้

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *