ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งสมมุติ เป็นภาพมายา” หมายความว่า ทุกอย่างในโลกเป็นเพียงสิ่งชั่วคราวและเปลี่ยนแปลงได้

สมมุติว่าเราตั้งชื่อหรือให้คุณค่ากับสิ่งต่าง ๆ ตามความเข้าใจ นี้เรียกว่า “สมมุติบัญญัติ” คือ ตั้งชื่อขึ้นมาให้แตกต่าง เพื่อใช้ในการจำได้หมายรู้ แต่แท้จริงแล้วไม่มีสิ่งใดคงอยู่ถาวร การเข้าใจแบบนี้ช่วยให้เราลดการยึดติด ไม่ใช่การหลอกตัวเอง แต่เป็นการเห็นความจริงของการเปลี่ยนแปลงในชีวิต

อย่างสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขหรือแมว เป็นตัวอย่างของ สิ่งสมมุติ เพราะชื่อและความผูกพันที่เรามอบให้เป็นเพียงการสร้างขึ้นตามความรู้สึกของเรา แต่ในความจริง ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงและไม่คงอยู่ถาวร

ปรากฎข้อความที่จารจารึกไว้ในพระไตรปิฏก คัมภีร์สมิทธิสูตรที่ ๔ ดังนี้

[๗๕] … ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า โลก โลก ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไร พระเจ้าข้า จึงเป็นโลกหรือการบัญญัติว่าโลก

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า …

” ดูกรสมิทธิ
จักษุ รูป จักษุวิญญาณ ธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุวิญญาณ มีอยู่ ณ ที่ใด โลกหรือการบัญญัติว่าโลกก็มีอยู่ ณ ที่นั้น
หู เสียง โสตวิญญาณ ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยโสตวิญญาณ มีอยู่ ณ ที่ใด โลกหรือการบัญญัติว่าโลกก็มีอยู่ ณ ที่นั้น
จมูก กลิ่น ฆานวิญญาณ ธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วยฆานวิญญาณ มีอยู่ ณ ที่ใด โลกหรือการบัญญัติว่าโลกก็มีอยู่ ณ ที่นั้น
ลิ้น รส ชิวหาวิญญาณ ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยชิวหาวิญญาณมีอยู่ณ ที่ใด โลกหรือการบัญญัติว่าโลกก็มีอยู่ ณ ที่นั้น
กาย โผฏฐัพพะ กายวิญญาณ ธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วยกายวิญญาณ มีอยู่ ณ ที่ใด โลกหรือการบัญญัติว่าโลกก็มีอยู่ ณ ที่นั้น
ใจ ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ ธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วยมโนวิญญาณมีอยู่ ณ ที่ใด โลกหรือการบัญญัติว่าโลกก็มีอยู่ ณ ที่นั้น ฯ
ดูกรสมิทธิ จักษุ รูป จักษุวิญญาณ ธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วย จักษุวิญญาณ ไม่มี ณ ที่ใด โลกหรือการบัญญัติว่าโลกก็ไม่มี ณ ที่นั้น ฯลฯ
ใจ ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ ธรรมที่จะพึงรู้แจ้งด้วยมโนวิญญาณ ไม่มี ณ ที่ใดโลกหรือการบัญญัติว่าโลกก็ไม่มี ณ ที่นั้น ฯ

::: ในทางQuantum Physic ได้ผลพิสูจน์เชิงประจักษ์ยืนยันว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนมี “เหตุ” อันก่อให้เกิดปัจจัยให้เกิดขึ้น ต้นเหตุนั้นเรียกว่า ผู้สังเกตในทางควอนตัม (Quantum Observer) หรือผู้สังเกตการณ์ มักถูกเรียกว่า “The Observer” ซึ่งในทางฟิสิกส์ควอนตัม ไม่ได้หมายความถึงเพียงมนุษย์เท่านั้น แต่หมายถึงเครื่องมือวัด (Measuring Device/Apparatus) หรือสิ่งแวดล้อมที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับระบบ จนทำให้สถานะควอนตัมยุบตัวลง (Collapse)

:: ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับผู้สังเกตทางควอนตัม:

นิยาม: ไม่ได้จำกัดแค่คน แต่รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ตรวจวัด เช่น เซ็นเซอร์
บทบาท: การสังเกตหรือวัดผลทำให้ระบบที่เคยอยู่หลายสถานะพร้อมกัน (Superposition) ยุบตัวลงเหลือสถานะเดียว
แนวคิด: “The observer is the observed” (ผู้สังเกตคือสิ่งที่ถูกสังเกต) ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างผู้สังเกตและระบบที่ถูกวัด
Quantum Sensor: คือ อุปกรณ์จริงที่ใช้ตรวจจับอนุภาคในระดับอะตอมหรือโมเลกุล

::: ผลประจักษ์ ในทางปฏิบัติ

ในการปฏิบัติตามพุทธวิถี “สนติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิภารรค” จะแบ่งเป็น 2 ระดับขั้น คือ
ขั้นที่ 1 :: คือ ปริกมฺฺ การควบคุมระบบไฟฟ้าชีวภาค คือ Bio-Electro Magnetic ซึ่งในพุทธวิถีเรียกว่า “อารมณ์” ให้สอดประสานปฏิสัมพันธ์กับ “คลื่นเสียง(Sound Wave)พร้อมกับPlasma(ใจ) ให้อยู่ในระดับความถี่ที่กำหนดเดียวกัน และเมื่อสภาวะแห่งการถึงพร้อมประจวบครบ ก็จะทำให้เกิดฺBio-Plasma Atomic Fusion ส่งผลให้เกิดEntropy แยกย่อยสลาย Atom ที่ไม่ต้องการออกไป และปรับแปลงคลื่นเสียง(Sound Wave)ให้มีพลังเร็วยิ่งยวดกว่าแสง คือ แปรเปลียน.เป็น Phonon สามารถส่งไปได้ทั่วสกลจักวาลในสภาวะของEntanglement ในฉับพลันทันที ในระดับนี้เป็นการทำงานเพียงแค่ระดับของ “จิต”ซึ่งทำหน้าที่ปฏิภาค เพราะจิตมีสถานะ และ สภาวะ เป็น ไฟฟ้า (Bio-Electric) พุทธศาสนาเรียกว่า “อัศนีธาตุ” การเกิดขึ้นในขณะดังกล่าวนี้ เรียกตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” ว่า “ปิติ” เป็นองค์ฌาน นี้เป็นเพียงขึ้นต้นเท่านั้น

ขั้นที่ 2 :: ภวนา ส่วนนี้จะใช้ “ใจ” หรือ “มโนทวาร” ทิ้งรูปกาย = ปัญจทวารทั้งสิ้น ในทาง Quantum Physic เรียกว่า “Tranportation” ซึ่งปราศจากมวล และ สามารถข้ามสกลจักวาลในชั่วพริบตา ในลักษณะเดียวกับEntanglement นั้นเอง และนี่คือคำตอบว่า โยคาวจรสามารถท่องเที่ยวไปทั่วสากลจักวาล ได้อย่างไร และ ทำไมร่างกายไม่ถูกเผาไหม้เป็นจุล ก็เพราะสภาวะที่ไม่มีมวล อยู่ในภาวะของEntanglement ข้ามขีดจำกัดของ กาล อวกาศ(Time Space) ดังนี้

ที่สำคัญที่สุดคือ สิ่งที่จะเกิดขึ้น และ แปรเปลี่ยนเป็นสิ่งใด ล้วนแล้วจะเป็นไปตาม “ผู้สังเกตุ” โดยเฉพาะมนุษย์เป็น “ต้นเหตุ” หลักใหญ่ ทั้งนี้เพราะ มนุษย์มีแรงกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าชีวภาค(Bio-Electro Magnetic)โดยธรรมชาติ การ Point ไปที่กระแสสิ่งนั้น จึงเกิดการเปลี่ยนแปลง สถานะ และ สภาวะ รูปลักษณ์ของสรรพสิ่ง

โดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติสมาธิ จะเกิดมีคลื่นพลัง Bio-Plasma Atomic Fusion อันมีความแรงยิ่งยวดสุดเปรียบประมาณ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเท่ากับแรงระเบิดที่ทำลายสรรพสิ่งในอาณาเขต 5.9 ตารางไมล์ ให้หายไปได้ในพริบตา สภาวะดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นเป็นปกติของผู้ที่ปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค”
ในขณะที่เกิด Bio-Plasma Atomic Fusion จะทำให้เกิดปฏิภาคทางQuantum เรียกว่า Entropy ทำให้Atomของสิ่งต่างๆ กระจายตัวไปด้วยอานุภาพของแรงดังกล่าว และโยคาวจรผู้ปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” นั้น ก็จะใช้คลื่นPhoton ที่ถูกแปลงสภาพจาก “คลื่นปริกมฺม(Sound Wave)” กำหนดจัดเรียงให้เกิดรูปลักษ์ใหม่(Superposition=ขยายความไว้แล้วใน Appendix) ตามประสงค์ เรียกว่า “การควบคุมสมมุติ” ในทางปฏิบัติตามพุทธวิถี เรียกว่า “การคุมรูปอันเป็นสมมุติที่เกิดจากธาตุ4(มหาภูตรูป4)” เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายอันเป็นสมมุตินั้น ล้วนเกิดแต่มหาภูตรูป
ด้วยเหตุดั่งนี้ โยคาวจรจึงเข้าถึงสัจจธรรม ความจริงแท้ว่า “สิ่งทั้งหลายล้วนเป็นสมมุติ ได้เห็นจริง ตามสิ่งที่เป็นจริง” และ เมื่อสามารถควบคุมสมมุติ อันกำเนิดเกิดจากมหาภูตรูปทั้ง4 ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ย่อมบรรลุสัจจธรรม พระพุทธองค์ทรงยกย่องภิกษุผู้สามารถควบคุมธาตุทั้ง4 ได้นี้ว่า “ธาตุกุศลตาบุคคล” ย่อมบรรลุอริยผลในเวลาอันใกล้

:: Appendix

:: Superposition
Is a fundamental quantum mechanics principle where a physical system exists in multiple states, configurations, or locations simultaneously until measured. Unlike classical bits (0 or 1), a quantum bit (qubit) in superposition is a linear combination of states. Observation forces the system to collapse into one definite state.

:: Key Aspects of Superposition
Definition: A system is in a combination of all possible measurable outcomes.
Measurement/Collapse: Upon interaction or measurement, the superposition collapses into a single, classical state.
Probability: The state is described by probability amplitudes, where the square of the coefficient determines the probability of a specific outcome.
Wave Function: It represents the wavelike, probabilistic nature of particles like electrons or photons.
Application: It is the basis for quantum computing, enabling faster, complex calculations.

:: Examples and Analogies
Schrödinger’s Cat: A famous thought experiment illustrating a cat that is simultaneously alive and dead.

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *