พระอนุรุทธะอรหันตเถระ ได้ศึกษาปฏิบัติจากพระโมคคัลานะจนได้ทิพยจักษุ พระโมคคัลลานะมีสหธรรมิกคือพระสารีบุตร จึงเป็นเหตุให้พระอนุรุทธะได้ศึกษาปฏิบัติพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” จากพระสารีบุตรนั้นด้วย และพร้อมกันนั้นพระอนุรุทธะก็ได้ศึกษา “รัตตัญญุศาสตร์” จากพระอัญญาโกทัญญะ ที่ถ่ายทอดให้ตามพุทธบัญชา ทำให้รู้จักและเป็นสหธรรมิกกับ Pythagorus ซึ่งเป็นศิษย์เอกของพระอัญญาโกทัญญะ
ครั้นเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน จึงได้เดินทางไปเผยแพร่ธรรมะยังประเทศกรีก ตามคำนิมนต์ของPythagorusอันเป็นศิษย์เอกของพระอัญญาโกทัญญะ ซึ่งศิษย์ของPythagorus อันเป็นชาวกรีกได้ศึกษาปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” เกิดความเจริญสมปรารถนาทันตาเห็น จึงได้ร่วมสร้างว้ดเพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรม และเผยแผ่พุทธศาสนาในหุบเขาสีชมพู(ปัจจุบันอยู่ในประเทศจอร์แดน มีนามว่า “พุทธา หรือ พุทธะ” ต่อมาได้สำเนียงเพี้ยนไปตามภาษาถิ่น เป็น “เพตรา(Petra)” ใช้เรียกขานมาจนปัจจุบัน

สำหรับอาราม และ ถ้ำสำหรับปฏิบัติธรรมตามพุทธวิถี ปัจจุบันยังปรากฏเป็นหลักฐานให้ประจักษ์แก่ชาวโลก
เมื่อพระอนุรุทธ์อรหันตเถระ ได้เผยแผ่หลักธรรมคำสอนตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” อันได้รับการถ่ายทอดจากพระสารีบุตรแพร่กระจายไปทั่วดินแดนกรีก คำว่า “สติปัฏฐาน” จึงเพี้ยนไปตามภาษาปาซี อันเป็นภาษาถิ่นว่า “สะมานอย” อันเป็นชื่อนิกายใหม่ที่พระอนุรุทธะอรหันตเถระ ได้เผยแผ่หลักธรรมคำสอนแก่ชนชาวกรีกยุคนั้นเรียกว่า “นิกายสมิตยะ“
หลักธรรมคำสอน และวิทยาการของพระพทธศาสนา ได้รับการพัฒนาโดยนักปราชญ์ชาวกรีก เช่น
“รัตตัญญุศาสตร” ซึ่งคำณวนตำแหน่งของดวงดาวในสากลจักวาล ได้พัฒนาเป็น “วิชาดาราศาสตร์(Cosmology)
หลักธรรมทุกชีวิต ไม่ว่าหญิงชาย มีความเท่าเทียมกัน ไม่มีชั้นวรรณะ ได้พัฒนาเป็น “ประชาธิปไตย”
สูตรการคำนวณละเอียดระดับอะตอม ได้ปรับแปลงเป็น Physic(แปลว่า ธรรมชาติ)เปลี่ยนเป็น Atomosซึ่งแปลว่า เล็กที่สุดจนแบ่งแยกอีกไม่ได้ เป็นต้น
จึงสามารถกล่าวได้ว่า การพัฒนาทางปรัชญากรีกนั้น ล้วนแล้วแต่มาจากรากฐานในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ที่พระอนุรุทธอรหันตเถระนำไปเผยแผ่ ขยายออกไปในภาคพื้นยุโรปโดยศิษย์ของ Pythagorus เผยแผ่สืบมาในภายหลัง
::: สิ่งสำคัญ ที่นักประวัติศาสตร์พึงสำนึก :::
เนื่องจากการถ่ายทอดโดยหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนา จะใช้ภาษา “บาลี” เป็นหลัก ดังนั้นผู้ที่จะศึกษาเชิงลึกจึงต้องมีความรู้ภาษาบาลีประกอบกันไป ซึ่งภาษาบาลีนี้ในยุคนั้น ถูกใช้เป็นภาษาของชนชั้นสูง นักปราชญ์ หรือ ผู้มีการศึกษา เป็นที่ยอมรับของสังคมกรีก ทำให้ภาษาบาลี กระจายไปทั่วดินแดน ซึ่งในยุคต่อมาได้เพี้ยนไปตามกาลเวลาเป็นคำว่า “ภาษาปาซี” และนี่คือข้อมูลที่นักนิรุกติศาสตร์ยุคปัจจุบัน ขาดหายไป
