“สัจจะ”+”อธิษฐาน”
“คำอธิษฐาน” จะเกิดผล เป็นจริง ชนิดสัมผัสได้นั้น จะต้องเกิดจาก พฤติแห่งลมหาใจ พร้อมด้วย “ปาก กับ ใจ ต้องออกมาเป็นเสียงหนึ่งเดียวกัน” เรียกว่า “ถึงพร้อมด้วย “ไตรพิธสังขาร”
เพื่อใช้เปล่งวาจาถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา เปลี่ยนชีวิตเราชีวิตของผู้จะอธิษฐานนั้นเป็น “พุทธบุตร” เสียก่อน คำอธิษฐานนั้นจึงจะได้ผล100%
เพราะ
๑. “สัจจะ เป็น เสียงที่ออกจากใจ” = มโนสังขาร
๒.”คำอธิษฐาน เป็นเสียงที่ออกมาจากปาก” = วจีสังขาร
ลมหาใจ ที่นำมาตั้งไว้ ณ ปฐวีธาตุ = กายสังขาร (อ่านว่า กายะ สังขาร)
เมื่อ ทั้ง ๓ พร้อมกัน ณ ฐานที่ตั้งแห่งลม ขณะเกิดปฏิภาคBio-Plasma Atomic Fusion= “ปิติ” ผลที่เกิดจากสภาวะนี้เรียกว่า “มหคตจิต” คือ จิตอันถึงซึ่งความยิ่งใหญ่ มีพลังยิ่งยวดเรียกว่า “อติมหันตารมณ์” อติ+มหันต+อารมณ์ = คลื่นพลังที่ยิ่งใหญ่สุดเปรียบประมาณ
“อารมณ์” เกิดจาก “สัญญาณไฟฟ้าชีวภาค(ฺBio-ElectroMagnetic)” ทางพระพุทธศาสนานาเรียกว่า “อัศนีธาตุ”
ในสภาวะที่เกิดปฏิภาค(Entropy)ดังกล่าวนี้ ทางPhysic พิสูจน์ยืนยันว่ามีพลังขั้นตำเมื่อเทียบกับการระเบิด พลังนี้จะสามารถทำลายเมืองในพื้นที่ 5.9 ตารางกิโลเมตรให้หายไปในพริบตา ดังนั้นพลังจึงมีค่าเป็นอนันต์ ในพระพุทธศาสนาจึงเรียกพลังที่เกิดขึ้นของปิตินี้ว่า “อติมหันตารมณ์”
และขณะเมื่อเกิดสภาวะปฏิภาคดังกล่าวนั้น “สัจจอธิษฐาน” ที่เปล่งพร้อม จึงเป็นคลื่นบังคับ ให้เกิดการจัดเรียงAtom ให้เกิดรูปลักษณ์ หรือ เหตุการณ์(Time) สถานที่(Space) ให้เป็นไปตามคลื่นเสียงของ “คำอธิษฐาน” กำหนด
สิ่งทีเกิดขึ้นจากการ ปฏิสัมพันธ์พร้อมกันของ ลมหาใจ+วาจา+ใจ = ไตรพิธสังขาร
ถ้าลมหายใจ+เสียงจากปาก+เสียงของใจ ไม่ตรงกัน นั่นคือ ขาดสัจจะ ที่เราเรียกกันว่า ปากใจไม่ตรงกันนั่นแหละ (เพราะขาดองค์ประกอบ สัจจะ+อธิษฐาน) ยังไง ๆ ก็สำเร็จยากยิ่ง
Buddhism, Whoever desires to study and practice the Dhamma may do so without having to profess first the Buddhits religion, will help to demonstrate that it is “truth” that will be beneficial and bring happiness in the present life.
พระพุทธศาสนา, ใครจะมาศึกษาปฏิบัติก็ได้ ทั้งนั้น โดยไม่ต้องมานับถือก่อน, ทั้งนี้เพราะแสดงธรรมที่เปิดทางให้พิสูจน์ไดว่าล้วนเป็น “สัจจะ“(ความจริงแท้) ที่เป็นประโยชน์ต่อกาาดำรงชีวิตในปัจจุบัน.
The essence of entire Buddhist teachings lines in the Noble Truths.
Noble Truth(Ariya-Sacca) is shot for
“Truth of the ones (or of those who have attained a high degree of advancement)”,
” Truth attainable by the noble ones”,
” Truth by which one is ennobled”.
สัจจะ ถือเป็น หลักสำคัญอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนา คือ “อริยสัจจ“อริยสัจจ์ หมายความว่า…
สัจจะของผู้ประเสริฐ (หรือ ผู้ที่ได้รับการพัฒนาจนเจริญแล้ว) หรือ
สัจจะที่ผู้ป่ะเสริฐพึงต้องรู้ หรือ
สัจจะที่ทำให้เป็นผู้ประเสริฐ”
หากจำกัดความหมายให้กระชับสั้น ๆ ก็คือ “สัจจะอันประเสริฐ”
ดังนั้น เราจะเห็นประจักษ์ในพุทธศาสนพิธี จะต้องประกอบไปด้วย “สัจจะอธิษฐาน” แม้แต่อัฏฐบริขารทุกชิ้นที่ภิกษุจะใช้ ก็ต้องผ่านการตั้งพินธุ(กำหนดจิต) และ เปล่งสัจจะวาจาอธิษฐาน การเข้าพรรษา หรือ การอธิษฐานพัธสีมาเพื่อประกอบอุโบสสถ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้
พลังแห่งสัจจะ-อธิษฐาน เพื่อให้ถึงพร้อมด้วย “ไตรพิธสังขาร” อันจะส่งผลให้เกิด “ปริกมฺมจิต” สิ่งที่กำหนดอธิษฐานนั้นจึงจะสัมฤทธิ์ผลดั่งภาพในใจ แม้แต่องค์สมเด็จพระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านก็ทรงใช้ “สัจจะ-อธิษฐาน” ในทุกภพชาติ จนถึงก่อนวิสาขวารท่านก็เปล่ง “สัจจะวาจา-อธิษฐาน” จึงบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ
นี่คือคำตอบที่เป็นคำอธิบายได้กระจ่างชัดว่า “เหตุใด ผู้ปฏิบัติ สติปัฏฐาน-สติสัมภิทามรรค จึงต้องเริ่มต้นขั้นตอนด้วยการถึงพร้อมใน “สัจจะ” ก่อนอื่นใด ฉะนี้ ฯ
