ในแนวทางปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” นั้น กำหนดลักษณะของ การบรรลุอมฤตธรรม คือ “เข้าถึง โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ในวาระกุศลจิตเดียว”
ในQuantum ล่าสุด พบว่า “1Photon the highpower Unimaginable
โฟตอนเพียงตัวเดียว สามารถกำหนดขีดจำกัดที่ปิดกั้น และเข้าถึงสภาวะความจริงแท้ได้ !!”
ซึ่งผลการทดลองในห้องปฏิบัติการ เป็นที่ประจักษ์ว่า เพียง 1Photon สามารถเข้าถึง 37 มิติ พร้อมกันในเวลาเดียวกันได้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนี้หมายถึงการ “สามารถเข้าถึงระดับพลังงานอนันต์ ที่ไม่อาจจินตนาการได้”
โฟตอนเพียงตัวเดียว สามารถกำหนดขีดจำกัดของความเป็นจริงขึ้นใหม่ได้ คณะผู้วิจัย และนักวิทยาศาสตร์ได้ผลทดลองเชิงประจักษ์ล่าสุดว่า โฟตอนเพียงหนึ่งเดียว สามารถดำรงอยู่ได้พร้อมกันในมิติต่างๆ มากถึง 37 มิติ ซึ่งเปิดขอบเขตใหม่ในการรับรู้พลังควอนตัมที่ยิ่งใหญ่ และไกลเกินกว่าที่แนวความคิดทางPhysicแบบดั้งเดิมจะเข้าถึงได้
ในโลกควอนตัม อนุภาคไม่ได้มีพฤติกรรมเหมือนวัตถุแข็งที่คาดเดาได้ซึ่งเราเห็นอยู่รอบตัวเรา โฟตอน ซึ่งเป็นกลุ่มของแสงขนาดเล็กที่นำพาพลังงานไปทั่วจักรวาล สามารถครอบครองหลายสถานะพร้อมกันได้ นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าสถานะเหล่านี้ขยายไปสู่มิติทางคณิตศาสตร์หลายสิบมิติ ซึ่งแต่ละมิติแสดงถึงการกำหนดค่าที่เป็นไปได้ที่แตกต่างกันของโฟตอน
พฤติกรรมหลายมิตินี้ทำให้โฟตอนมีข้อได้เปรียบอย่างเหลือเชื่อในการประมวลผล แทนที่จะประมวลผลข้อมูลเป็นบิตหรือแม้แต่คิวบิต โฟตอนเพียงตัวเดียวสามารถจัดเก็บและจัดการข้อมูลผ่านช่องทางเฉพาะ 37 ช่องสัญญาณพร้อมกันได้ สิ่งนี้สร้างภูมิทัศน์การคำนวณอันกว้างใหญ่ที่การดำเนินการหลายพันอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันภายในอนุภาคแสงเพียงอนุภาคเดียว
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการค้นพบนี้อาจช่วยเร่งการพัฒนาระบบการสื่อสารที่มีความปลอดภัยสูง การจำลองโมเลกุลอันทรงพลัง และโปรเซสเซอร์ควอนตัมรุ่นต่อไปที่สามารถแก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมต้องใช้เวลาหลายพันล้านปี
ด้วยการใช้สถานะหลายมิติเหล่านี้ นักวิจัยสามารถเข้ารหัสข้อมูลได้มากขึ้น ลดอัตราความผิดพลาด และสร้างระบบควอนตัมที่มีประสิทธิภาพและความเร็วที่แทบจะไร้ขีดจำกัด แม้แต่การทดลองในช่วงแรกๆ ก็แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับการออกแบบที่ใช้คิวบิตแบบดั้งเดิม
ยิ่งเราศึกษาโฟตอนมากเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งท้าทายสิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้น พวกมันเคลื่อนที่ผ่านอวกาศได้อย่างง่ายดาย ต้านทานสัญญาณรบกวน และตอนนี้ดูเหมือนจะสามารถประมวลผลข้ามมิติที่เราจินตนาการไม่ถึง
การประมวลผลควอนตัมยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่การค้นพบเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าอนาคตของข้อมูลอาจไม่ได้เกิดขึ้นในโลกที่เรารู้จัก แต่เกิดขึ้นในมิติที่เรามองไม่เห็น
ในแนวทางปฏิบัติตามพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” การถึงพร้อม “โพธิปักขิยธรรม ในวาระกุศลจิตเดียว”(= 1 Photon)กระแสเข้าถึงองค์ธรรมทั้ง 37 ประการ คือ
สติปัฏฐาน ๔
สมฺมปทาน ๔
อินทรีย์ ๕
พละ ๕
โพชฌงค์ ๗
มรรค ๘
รวม ๓๗ = สถานะ=37Dimension
พระวิปัสนาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของไทย ได้ขยายความธรรมะปฏิบัติส่วนนี้ไว้ว่า
“…โยคาวจรผู้ปฏิบัติธรรมตามพุทธวิถีนั้น จะสิ้นกิเลส ตัณหา ราคะ อนุสัย คือเข้าถึงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ด้วยการถึงพร้อมองค์ธรรมทั้งหมดนั้น ในวาระจิตเดียว..”
(แสดงโดย พระธรรมธีรราชมหามุนี (เจ้าคุณโชดก)
ความรวดเร็วของPhoton มีความเร็วยิ่งยวดกว่าแสง ซึ่งสอดคล้องรองรับกับพุทธดำรัส ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “สิ่งใด เร็วกว่าใจ เป็นไม่มี…สิ่งทั้งหลาย ย่อมสำเร็จได้ด้วยใจ..” และใจ นี้ควบคุม “จิต” ซึ่งมีสภาพเป็นคลื่นไฟฟ้า ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า “อัศนีธาตุ(แปลว่าไฟฟ้า,สายฟ้า) อันมีความเร็วยิ่งยวด สุดเปรียบประมาณ และ จิตนั้นขับเคลื่อน ไปได้ด้วย “ใจ” จึงสามารถเข้าถึงองค์ธรรมทั้ง 37 (37Dimension)คือ “โพธิปักขิยธรรม” ด้วยวาระจิตเพียงหนึ่งเดียว โยคาวจรผู้ได้ปฏิบัติชอบนั้น ย่อมบรรลุธรรม ด้วยสภาวะ และวาระกุศลจิตหนึ่งเดียวนี้
สาธุชนผู้ใฝ่ในธรรม ย่อมเห็นได้ถึงหลักปฏิบัติแห่งพุทธวิถี “สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค” สอดคล้องรองรับกับผลทดลองการวิจัยทาง Quantum Physic ดุจโมเลกุลแห่งสายนที ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน กับผลงานวิจัยพิสูจน์ทราบดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น
